SEO

SEO คืออะไร

“seo” หากเปรียบเว็บไซต์ทั่วโลกเป็นการนำเนื้อหาบทความของเราเผยแพร่ไว้ในอากาศ ซึ่งเนื้อหาเหล่านั้นเมื่อนำรวมกันแล้วก็เปรียบเสมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ของโลกที่รวบรวมข้อมูลเอาไว้ และคนทั่วไปสามารถเข้าไปห้องสมุดจากที่ใหนก็ได้ที่มีอินเตอร์เน็ตเพื่อเข้าไปอ่านข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ในห้องสมุดแห่งนี้

Search engine ก็เปรียบได้เหมือนกับประตูของห้องสมุดที่จะคอยมีบรรณารักษณ์ บอกเราว่าเรื่องที่เราต้องการค้นหานั้นมีหนังสือเล่มใหน(เว็บไซต์)ที่มีเนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่บ้าง

Search engine จะทำหน้าที่ศึกษาข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ในอินเตอร์เน็ตและทำการวิเคราะห์ว่า เว็บไซต์เหล่านั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรและเนื้อหาของเว็บไซต์เหล่านี้มีคุณภาพแค่ใหน เพื่อที่จะได้นำเสนอข้อมูลที่ดีที่สุดให้กับผู้อ่านที่เข้ามาสอบถาม search engine เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ  

SEO

Search engine algorithm for SEO

เนื่องจาก search engine ก็ไม่ได้มีแค่เจ้าเดียว เพราะฉะนั้นในการแข่งขันระหว่าง search engine ด้วยกันเอง ทำให้ แต่ละเจ้าต้องพัฒนาระบบการนำเสนอที่สามารถนำเสนอข้อมูลที่มีคุณภาพและสามารถทำให้ผู้อ่านมีความพึงพอใจมากที่สุด เราเรียกระบบการคำนวณข้อมูล วิเคราะห์เว็บไซต์ เพื่อมาจัดเรียงลำดับและนำเสนอว่า search engine algorithm หรือระบบการวิเคราะห์เว็บไซต์ ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นความลับของบริษัท ไม่มีใครรู้จริงว่า แท้จริงแล้วบริษัทเหล่านี้ มีการนำปัจจัยอะไรมาคำนวณบ้าง เพราะฉะนั้นการที่เราจะเรียนรู้ศึกษาระบบเหล่านี้และนำมาปรับปรุงเว็บไซต์ของเราให้ search engine มองว่าเว็บของเรามีเนื้อหาที่มีคุณภาพ และนำเว็บเราไปนำเสนอกับผู้คนที่ตรงกับเป้าหมายของเรา เราเรียกกระบวนการเหล่านี้ว่า การทำ seo หรือ การทำ search engine optimization ซึ่งเราสามารถศึกษาข้อมูลได้จากผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ หรือจากการทดลองของคนอื่น หรือเราจะทดลองปรับองค์ประกอบของเว็บนู่นนี่เพื่อทดสอบระบบของ search engine เอาเองก็ได้

SEO

On-page and Off-page SEO

จากการที่นักทำเว็บไซต์ทั่วโลกพยายามทำการทดลองเกี่ยวกับ seo นั้น ได้ข้อสรุปแบบคร่าวๆ มาว่า ปัจจัยใหญ่ๆ ของการทำ seo นั้น สามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 รูปแบบ คือ on-page seo กับ off-page seo

On-page SEO

On-page seo นั้นจะเกี่ยวข้องกับเนื้อหาหน้าเว็บที่เราเห็นด้วยตาเปล่านั่นหละครับ จะยกตัวอย่างคร่าวๆคือ สมมติว่าเรามีธุรกิจขาย น้ำส้มคั้น เราจึงสร้างเว็บไซต์ขึ้นมา เพื่อมีจุดประสงค์ว่า เมื่อผู้คนเข้ามาค้นหาคำว่า น้ำส้มคั้น google จะได้นำเสนอเว็บไซต์ของเราขึ้นมาเพื่อให้ผู้ค้นหาเข้ามาดูสินค้าของเราในเว็บไซต์ของเรา และนำมาซึ่งการสั่งน้ำส้มคั้นจากธุรกิจเรานั้น

ชื่อเว็บของเราก็ควรจะต้องเป็นอะไรที่เกี่ยวกับน้ำส้มคั้น หรือว่าถ้าชื่อเว็บไม่ไช่น้ำส้มคั้น หัวข้อเรื่องของเนื้อหาเพจเราก็ควรจะมีคำว่า น้ำส้มคั้น พร้อมกับนำคำว่า น้ำส้มคั้น ไปใส่ตามจุดต่างๆของเว็บไซต์ เพื่อให้กูเกิ้ลทราบว่าหน้านี้เกี่ยวกับน้ำส้มคั้น

Off-page seo

เมื่อเราได้ทำการปรับปรุงน้าเพจของเราเรียบ้อยแล้ว เราก็ต้องไปพัฒนา off-page seo ต่อ

คำว่า off-page seo ส่วนมากก็จะเกี่ยวกับเรื่องลิ้งค์ ลิ้งค์จากเว็บไซต์อื่นที่ได้ทำการพูดถึงเว็บไซต์เราและมีการแปะลิ้งค์เว็บไซต์ของเรา ไว้ที่หน้าเว็บของผู้อื่น เราเรียกสิ่งๆนี้ว่าแบ็คลิ้งค์

แบคลิ้งค์นั้นเปรียบเสมือนการโหวต เนื่องจาก google algorithm นั้นเป็นระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งไม่สามารถเข้าใจได้ว่าเนื้อหาใหนมีคุณภาพเนื้อหาใหนไม่มี แต่กูเกิ้ลรู้ว่าเว็บไซต์ใหนที่ถูกกล่าวถึงเยอะ และถูกกล่าวถึงเกี่ยวกับเรื่องอะไร กุเกิ้ลก็เลยจะใช้หลักเกณฑ์ในการลิ้งค์นี่แหละตัดสิน

ถ้าหากเว็บใหนถูกกล่าวถึงเยอะถือว่าเป็นเว็บที่มีคุณภาพ หากเว็บใหนไม่มีผู้ให้ความสนใจเลย แปลว่าเว็บไซต์นั้น ไม่มีคุณภาพ google ก็จะไม่นำเนื้อหาของเว็บนั้นมาโชว์ให้กับผู้คนได้เห็น

นี่เป็นเพียงปัจจัยเบื้องต้นคร่าวๆเกี่ยวกับ seo เท่านั้น seo ยังมีรายละเอียดให้เราได้ศึกษาอีกเยอะมาก แล้วจำไว้เลยว่า seo นั้น หากมีการทำ keyword research ดีๆ และสามารถทำให้เว็บไซต์มีคนเข้าชมได้โดยไม่ต้องไปเสียเงินซื้อทราฟฟิกมาแล้วละก็ รายได้ของเราจากคนเข้าชมของผู้ชมเหล่านี้จะสามารถเป็นรายได้ให้เราฟรีๆทุกวันไปเลย

White hat VS Black hat

Black-vs-White-Hat-SEO

ในโลกปัจจุบันนี้ ผู้คนมักจะแบ่ง การทำ SEO ออกเป็น 2 แนวทาง คือสายที่คำนึงถึงผลในระยะยาว ตั้งใจทำเว็บไซต์โดยเน้นคุณภาพของเนื้อหาเว็บจริงๆ ส่วนติดอันดับหรือไม่นั้นเป็นเพียงเรื่องรองลงมา ส่วนอีกสายนึงนั้นจะเน้นเนื้อหายังไงก็ได้ขอแค่ให้เข้ากับ algorithm ของ google ก็พอ เพื่อที่จะให้ติดอันดับเร็วๆ ส่วนจะติดนานไม่นานอย่างไรก็ค่อยไปแก้กันทีหลัง เพราะฉะนั้นเราก็จะเห็นอยู่บ่อยๆกับเว็บที่ไม่มีอะไรเลยมีโฮมเพจเพียงหน้าเดียวแต่ขึ้นมาติดอันดับสูงๆของ google

White Hat SEO

คนทำ seo ประเภทนี้ ส่วนมากเนื้อหาของเว็บก็จะเกี่ยวข้องกับคีเวิร์ดที่เราเข้าไปดูจริงๆ และเป็นเนื้อหาที่มีความใหม่น่าสนใจ ลิ้งค์ที่ลิ้งค์เข้ามาที่เว็บนี้ส่วนมากก็จะมาจากเว็บไซต์ที่มีความเกี่ยวข้องกันจริงๆ รูปภาพของเว็บก็จะถูกตั้งชื่อตามลักษณะของรูปภาพนั้น จะให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังอ่านบทความคุณภาพอยู่

Black Hat SEO

การทำ SEO ประเภท Black Hat SEO คือ คนทำเว็บจะไม่สนใจเนื้อหาใดๆเลยทั้งสิ้น จะมีการย้ำคำบ่อยๆ ลิ้งค์ก็อาจจะดูมั่วตั้วไปหมด และส่วนมากก็จะทำขึ้นมา เพื่อให้รีบๆติดอันดับ โดยเมื่อมีคนเข้ามาอ่านแล้วก็จะพาผู้เข้าชมไปเยี่ยมชมหน้าอื่นๆ ตามที่จริงๆแล้วตนเองต้องการต่อไป การทำ seo ประเภทนี้นั้นอาจจะได้ผลเร็วก็จริงอยู่ แต่ว่าจะไม่ค่อยจะติดอัรดับยืนยาวสักเท่าไหร่ เพราะพฤติกรรมของผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ก็มีผลต่อการ SEO เช่นกัน หากผู้ชมอยู่ในเว็บนาน อ่านเนื้อหานาน เว็บนั้นก็จะได้คะแนนจากกูเกิ้ลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งจะมาแซงเว็บ Black Hat ในภายหลัง และติดอันดับอยู่ยาวๆ

Black vs White SEO

ประโยชน์จากการทำ SEO

SEO ทำให้เราสามารถเลือกนำเสนอเนื้อหาธุรกิจของเรากับกลุ่มลูกค้าแบบเฉพาะเจาะจงสุดๆ ยิ่งกว่าเฟสบุ๊คและการโฆษณาแบบอื่นๆ

SEO ทำให้เราไม่ต้องเสียเงินที่ต้องไปจ่ายโฆษณา เพื่อแลกมากับการที่คนจะได้มาเห็นเว็บของเรา การทำ SEO นั้น ทำให้เรามีทราฟฟิก หรือผู้ชมเว็บแบบฟรี หากเราทำ SEO ดีๆ อาจจะนำทราฟฟิกที่ได้มานั้น ไปขายต่อให้กับผู้อื่นต่อไปก้ยังได้

SEO ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ของเราอย่างมาก หากผู้ชมที่กำลังเลือกดูสินค้าอยู่นั้นเห็นว่าเว็บไซต์ของเราติดอันดับสูงอยู่บน google ย่อมช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์เราได้

SEO ทำให้เราชนะคู่แข่งทางธุรกิจของเราได้อย่างขาดลอย เราสามารถเลือกได้เลยว่า จะนำเนื้อหาสินค้าของเราไปเสนอให้กับกลุ่มคนกลุ่มใหนได้บ้าง ซึ่งแตกต่างจากโฆษณาอย่างอื่นๆที่เราเสนอเนื้อหาเดียวกันออกไปสุ่มๆ ทำให้ conversion rate ในการเปลี่ยนผู้ชมมาเป็นลูกค้ามีน้อย

SEO กับ Inbound marketing

Inbound Marketing

Reference

PhD Mark Rubelo : Content marketing encyclopedia book

www.hubspot.com/resources

Dr.Dawson James : Why InBound Marketing?

Author

Mr.Waiwit Chotchaojaru Co-Founder Of Siam Inbound Marketing Agency

picture of Author

“Life is short, smile while you still have teeth” said Waiwit